ชีวิตที่ผกผันเมื่อหัดใช้ Revit

ย้อนไปเมื่อ 5 เกือบ 6 ปีที่แล้ว ผมในตอนนั้นทำงานเป็น Façade Structural Engineer ให้กับบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่ง ได้รับเงินเดือนที่สูงมาก เมื่อเทียบกับวิศวกรรุ่นราวคราวเดียวกัน ถ้าตีเป็นตัวเลขกลมๆคือ ราวๆครึ่งแสน แต่จู่ๆ ก็เกิดฟ้าผ่าลงมาในชีวิต 

เมื่อบริษัทข้ามชาตินั้นมีปัญหาในเรื่องของ Cash Flow 

ทำให้ตัวผมเองทำงานแบบไม่ได้รับเงินเดือนอยู่ประมาณ 2 เดือน ก็เลยต้องตัดสินใจเดินจากมา ก็ได้รับประสบการณ์ว่า บริษัทที่ใกล้จะปิดตัวลงนั้น บรรยากาศในที่ทำงานมันชวนให้น่าหดหู่ขนาดไหน จำได้ว่าตอนนั้นนั่งเปิดพันทิปใหญ่เลย ว่า บ.ที่ใกล้จะเจ๊งจะเป็นแบบไหน 

คิดย้อนกลับไปยังหดหู่เลยครับ แต่มันก็นำไปสู่จุดผกผันในชีวิตครับ ลองอ่านต่อนะ… 

 

จากนั้นก็ได้มีโอกาสไปทำงานกับบริษัทขายซอฟท์แวร์แห่งหนึ่ง เป็นช่วงสั้นๆ ได้เริ่มเรียนรู้ซอฟท์แวร์ที่ชื่อว่า Revit 

เอาตรงๆ วันแรกที่เรียนนั้น ก็ยังไม่รู้หรอก ว่าโปรแกรมนี้เอาไว้ทำอะไร 

รู้แค่ว่าเป็นโปรแกรม BIM 

 

แค่ 2-3 วันแรกที่นั่งเรียน มันรู้สึกได้ว่ามันคล่องไม้คล่องมือมากกว่า Cad เยอะเลย แถมตอนตัด Section ตรงบันได ผมนี่ร้อง ว้าววว ออกมาเลย เพราะเกิดมาผมยังไม่เคยเขียนแบบด้วยตัวเองสวยขนาดนี้มาก่อน 

 

หลังจากผ่านการอบรมมา ผมก็ใช้เวลาตอนกลางคืน นั่งเล่นตัวโปรแกรม Revit นี้ ทีละฟังก์ชั่นเลย โดยเรียนผ่าน Youtube แบบเจาะลึกทีละหัวข้อ 

นี่ถึงเป็นเหตุผลที่ผมเริ่มมี Wisdom เป็นระดับ End user ที่เข้าใจตัวโปรแกรมแบบทะลุปรุโปร่ง แต่ติดปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง คือ ยังไม่เคยเอาไปใช้ทำงานจริง 

 

ก็ต้องขอบคุณพระเจ้า ที่จู่ๆก็มีเพื่อนเก่าสมัยเรียน ชวนไปทำ BIM ใช้ Revit ขึ้นโมเดล ทำแบบก่อสร้างและถอดปริมาณงาน ก็เลยรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ทันที 

 

หลังจากฝึกฝนด้วยการใช้ Revit ทำ Shop งานโครงการจริงอยู่ประมาณ 3 ปี ผมและทีมงานใช้ Revit ทำ Shop หาจุดขัดแย้ง และถอดปริมาณงานอยู่ประมาณ เกือบๆ 20โครงการ ก็เริ่มมั่นใจแล้วว่า Revit นี่แหละ จะมาทดแทนระบบการทำงานแบบเก่าๆ จะมาทดแทนระบบการออกแบบ เขียนแบบ ถอดปริมาณ และบริหารงานก่อสร้างแบบเก่าๆ ที่ทุกคนรู้ว่าปัญหาที่ควรจะต้องได้รับการแก้ไขปรับปรุง มีอยู่เยอะมาก 

 

ทุกวันนี้ผมผันตัวเองมาเปิดบริษัทของตัวเอง เป็นอาจารย์ และชวนเพื่อนๆที่อยู่ในแวดวง BIM ด้วยกัน มาทำงานเป็นที่ปรึกษาการพัฒนาบุคลากร ไม่ใช่เฉพาะโปรแกรม Revit แต่รวมถึง BIM software อื่นๆ ให้กับองค์กรที่เอาจริงเอาจังเรื่อง BIM 

 

และที่สำคัญมากไปกว่านั้น ผมเชื่อว่า ไม่ว่าเราจะทำงานด้วยซอฟท์แวร์ใด 

หากการทำงานนั้น ไม่มีกลินอายของความรัก ความเอาใจใส่ในงาน ความร่วมมือกันระหว่างทีมทำงาน ความอดทนและความเข้าอกเข้าใจกันระหว่างเพื่อนร่วมงาน 

ไม่ว่าจะเป็น BIM หรือระบบการทำงานเทพๆใด ก็ยากนักที่จะได้ผลสัมฤทธิ์ของงานดังหวังครับ 

 

ขอพระเจ้าอวยพรการเดินทางในชีวิตของท่าน 

Jesus love you. 

God bless. 

You may also like...

Popular Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *